ขั้นตอนทำรากฟันเทียม — ตั้งแต่เริ่มจนเสร็จสิ้น
อธิบาย 6 ขั้นตอนทีละขั้น จำนวนครั้งที่ต้องพบแพทย์ และระยะเวลาทั้งหมด เพื่อให้คุณรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร

ภาพรวม: กระบวนการทั้งหมดใช้เวลานานแค่ไหน?
การทำรากฟันเทียมโดยทั่วไปเป็นการรักษาหลายระยะ แม้บางเคสจะใส่ฟันชั่วคราวได้เร็ว กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลาหลายเดือน โดยช่วง 3–9 เดือนเป็นเพียงกรอบตัวอย่าง ตั้งแต่พบแพทย์ครั้งแรกจนถึงใส่ครอบฟันถาวร ระยะเวลาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกรณีของแต่ละคน
3–9 เดือน
ระยะเวลาทั้งหมด
4–6 ครั้ง
จำนวนครั้งพบแพทย์
1–2 ชั่วโมง
เวลาผ่าตัดต่อซี่
6 ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม
แต่ละขั้นตอนอธิบายอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขั้นตอนที่ 1
ปรึกษาแพทย์ + ถ่ายภาพรังสี (CT Scan)
พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสภาพช่องปาก ถ่าย X-Ray และ CT Scan 3D เพื่อดูโครงสร้างกระดูกขากรรไกร ตำแหน่งเส้นประสาท และไซนัส แพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
1–2 ชั่วโมงขั้นตอนที่ 2
วางแผนการรักษา
แพทย์วิเคราะห์ข้อมูล CT Scan ออกแบบตำแหน่งและมุมของรากเทียม กำหนดยี่ห้อและขนาดที่เหมาะสม บางคลินิกใช้ซอฟต์แวร์ 3D วางแผนการผ่าตัด (Guided Surgery) เพื่อช่วยถ่ายทอดแผนตำแหน่งราก โดยไม่ได้ตัดความคลาดเคลื่อนหรือความเสี่ยงทั้งหมด แพทย์จะอธิบายแผนและขอความยินยอมก่อนดำเนินการ
1–2 สัปดาห์ขั้นตอนที่ 3
ผ่าตัดฝังรากเทียม
วันผ่าตัด แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผ่าตัด ทำให้ชาสนิทก่อนเริ่ม โดยทั่วไปไม่ต้องดมยา แพทย์เปิดเหงือก เจาะกระดูก และฝังรากไทเทเนียมเข้าไป จากนั้นเย็บเหงือกปิด (บางกรณีใส่ฝาปิดชั่วคราว)
1–2 ชั่วโมง/ซี่ขั้นตอนที่ 4
รอกระดูกยึดติด (Osseointegration)
นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด — รอให้กระดูกขากรรไกรเติบโต และยึดรอบรากไทเทเนียมให้แน่น เรียกว่า Osseointegration ระยะสมานและจังหวะรับแรงต่างกันตามความมั่นคง กระดูก สุขภาพ และแผนงานบูรณะ ผู้รักษาจึงต้องประเมินก่อนเปลี่ยนจากงานชั่วคราวหรือนำรากไปรับแรงเต็ม
3–6 เดือนขั้นตอนที่ 5
ใส่ตัวเชื่อม (Abutment)
เมื่อกระดูกยึดแน่นดีแล้ว แพทย์ทำการเปิดเหงือกเล็กน้อย และใส่ตัวเชื่อม (Abutment) เป็นชิ้นส่วนที่จะรองรับครอบฟัน บางกรณีตัวเชื่อมถูกใส่พร้อมกับรากเทียมในขั้นตอนที่ 3 เลย รอให้เหงือกรักษาตัวประมาณ 2–4 สัปดาห์
2–4 สัปดาห์ขั้นตอนที่ 6 — เสร็จสิ้น!
ใส่ครอบฟัน (Crown) ถาวร
แพทย์พิมพ์ปากหรือสแกนดิจิทัลเพื่อทำครอบฟันที่กับสีฟันของคุณ ส่งไปทำที่ Lab ใช้เวลา 1–2 สัปดาห์ จากนั้นนัดใส่ครอบฟันถาวร ปรับการสบฟันให้สมบูรณ์ งานสุดท้ายออกแบบให้เหมาะกับรูปลักษณ์ การทำความสะอาด และการใช้งาน แต่ความรู้สึกและข้อจำกัดอาจต่างจากฟันธรรมชาติ
2–3 สัปดาห์เจ็บไหม? — คำถามที่ทุกคนอยากรู้
เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุด และคำตอบที่ซื่อสัตย์คือ: ขณะผ่าตัดไม่เจ็บ แต่หลังผ่าตัดอาจไม่สบาย 3–5 วัน
ระหว่างผ่าตัด: ไม่เจ็บ
ยาชาเฉพาะที่ทำให้บริเวณผ่าตัดชาสนิท คุณจะรู้สึกถึงแรงกด แต่ไม่รู้สึกเจ็บ คล้ายกับการถอนฟัน หากรู้สึกกังวลมาก แพทย์สามารถให้ยากล่อมประสาทเพิ่มได้
หลังผ่าตัด: อาจไม่สบาย 3–5 วัน
เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ อาจรู้สึกปวดตื้อๆ บริเวณผ่าตัด แพทย์จะจัดยาแก้ปวดให้ (ทั่วไปใช้ Ibuprofen หรือ Paracetamol) อาจมีอาการบวมและช้ำได้ 3–7 วัน คนส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ภายใน 1–2 วัน
เทคนิคลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด
- ประคบเย็นสลับภายใน 24 ชั่วโมงแรก
- กินยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอปวดก่อน
- นอนหนุนหัวสูงเล็กน้อยเพื่อลดบวม
- หลีกเลี่ยงอาหารร้อนและแข็งในวันแรกๆ
ขั้นตอนต่อไปที่ควรรู้
กรณีพิเศษที่ทำให้ใช้เวลานานขึ้น
การปลูกกระดูก (Bone Graft)
เมื่อกระดูกขากรรไกรบางหรือฝ่อลงหลังสูญเสียฟัน แพทย์จะปลูกกระดูก (จากตัวเอง, บริจาค, หรือสังเคราะห์) ก่อนหรือพร้อมกับการฝังรากเทียม ต้องรอกระดูกงอก 4–6 เดือน เพิ่มเติม
Sinus Lift (การยกไซนัส)
สำหรับรากเทียมบริเวณฟันกรามบน ที่ไซนัส (โพรงอากาศ) อาจอยู่ชิดกับบริเวณฝังรากเทียม แพทย์จะยกพื้นไซนัสและเพิ่มกระดูกก่อน ต้องรอ 4–6 เดือน เพิ่ม
Immediate Loading (Same-Day Implant)
บางกรณีแพทย์สามารถใส่ครอบฟันชั่วคราวได้ภายในวันเดียวกับผ่าตัด แต่ต้องประเมินสภาพกระดูกก่อน ไม่เหมาะกับทุกคน ครอบฟันถาวรยังต้องรอกระดูกยึดก่อน
ดาวน์โหลดสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนผ่าตัด
รายการตรวจสอบสิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงก่อนวันผ่าตัด พร้อม Timeline โดยละเอียดในรูปแบบ PDF
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น
ข้อมูลในหน้านี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนคำแนะนำจากทันตแพทย์ ขั้นตอนและระยะเวลาจริงอาจแตกต่างตามสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบฉบับเต็ม
แหล่งอ้างอิงหลัก
- Dental Implants: What You Should Know
- ทันตแพทยสภา — ทางเลือกทดแทนฟันที่สูญเสีย
- Different times for loading dental implants
แหล่งอ้างอิงช่วยอธิบายหลักฐานระดับประชากร ไม่สามารถใช้ทำนายผลการรักษาของบุคคลใดโดยไม่ตรวจประเมิน