คำตอบสั้นๆ: ทำได้ — แต่มีเงื่อนไข
ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากทำรากฟันเทียมได้สำเร็จด้วยดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ งานวิจัยทางทันตกรรมพบว่าผู้ที่มีค่า HbA1c ต่ำกว่า 7% มีอัตราสำเร็จของรากฟันเทียมใกล้เคียงกับคนปกติ
ทำไมเบาหวานถึงเป็นข้อกังวล?
เบาหวานส่งผลต่อร่างกายหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับการทำรากฟันเทียม:
🩹 แผลหายช้า
น้ำตาลสูงทำให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ช้ากว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อการหายของแผลหลังผ่าตัดฝังราก
🦠 เสี่ยงติดเชื้อ
ภูมิคุ้มกันการต่อสู้กับเชื้อโรคทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังผ่าตัดสูงขึ้น
🦴 กระดูกยึดช้า
กระบวนการ Osseointegration (กระดูกยึดกับรากเทียม) อาจใช้เวลานานกว่าปกติ 1–2 เดือน
🩸 เหงือกอักเสบง่าย
ผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเป็นโรคเหงือกอักเสบมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของรากฟันเทียม
เบาหวานแบบไหนทำได้ แบบไหนต้องรอ?
✅ ทำได้ — Controlled Diabetes
- ค่า HbA1c < 7% (หรือ ≤ 8% ขึ้นกับแพทย์)
- ควบคุมน้ำตาลด้วยยาหรืออินซูลินสม่ำเสมอ
- ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (ไต, ตา, ระบบประสาท)
- ตรวจสุขภาพกับอายุรแพทย์เป็นประจำ
⚠️ ต้องรอ / ต้องปรึกษาเพิ่ม — Uncontrolled Diabetes
- ค่า HbA1c > 8% อย่างต่อเนื่อง
- น้ำตาลขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ยังปรับยาอยู่
- มีภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง
- แพทย์แนะนำให้ควบคุมน้ำตาลก่อน 3–6 เดือน แล้วค่อยกลับมาประเมินใหม่
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนทำรากฟันเทียม
หากคุณเป็นเบาหวานและต้องการทำรากฟันเทียม ควรเตรียมตัวดังนี้:
- ตรวจค่า HbA1c ล่าสุด — ควรมีผลตรวจไม่เกิน 3 เดือน
- แจ้งรายการยาทั้งหมด — ทั้งยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาไขมัน และวิตามินเสริม
- ประสานงานระหว่างอายุรแพทย์และทันตแพทย์ — ให้ทั้งสองฝ่ายทราบแผนการรักษา
- เตรียมควบคุมน้ำตาลเข้มงวดขึ้น — โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดและ 1 เดือนหลังผ่าตัด
- เลิกสูบบุหรี่ — บุหรี่รวมกับเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงล้มเลวของรากเทียมมากเป็นพิเศษ
การดูแลหลังผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
หลังฝังรากเทียม มีข้อปฏิบัติเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน:
- ตรวจน้ำตาลถี่ขึ้น — อาจต้องวัดวันละ 3–4 ครั้งในสัปดาห์แรก
- ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด — ทั้งยาเบาหวานและยาปฏิชีวนะ
- ดูแลช่องปากเป็นพิเศษ — แปรงฟันเบาๆ ใช้น้ำยาบ้วนปากตามแพทย์แนะนำ
- สังเกตอาการผิดปกติ — หากบวมมากขึ้น มีหนอง หรือปวดไม่ทุเลาหลัง 5 วัน ควรพบแพทย์ทันที
- ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง — แพทย์จะตรวจดูการหายของแผลอย่างใกล้ชิดกว่าปกติ
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การดูแลรากฟันเทียมหลังผ่าตัดฉบับสมบูรณ์ →
สรุป
เบาหวานไม่ใช่ข้อห้ามในการทำรากฟันเทียม แต่เป็น "ข้อควรระวัง" ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ กุญแจสำคัญคือ:
- ควบคุม HbA1c ให้ดี (ต่ำกว่า 7%)
- เลือกทันตแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
- ประสานงานระหว่างอายุรแพทย์กับทันตแพทย์
- ดูแลช่องปากอย่างเข้มงวดหลังผ่าตัด
เขียนโดยทีม Bangkok Implant
ตรวจสอบความถูกต้องโดยทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมช่องปาก • อัปเดตล่าสุด เมษายน 2026